BEOGAMING บทความ : ไบรอน โมเรโน ผู้ตัดสินที่ถูกตราหน้าว่าโคตรขี้โกงที่สุดในฟุตบอลโลก 2002

BEOGAMING

BEOGAMING : ไบรอน โมเรโน่ เป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

BEOGAMING : ก่อนหน้าบอลโลกคราวนี้เกิดขึ้น แทบไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อของเขา แต่ว่าเมื่อการประลองจบลง ด้วยสิ่งที่เขาปฏิบัติ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจำเขาได้อย่างดีเยี่ยมในทางลบ โมเรโนโดนคนแทบทั่วโลกรังเกียจจากความประพฤติปฏิบัติของตนในบอลโลก 2002 แม้กระนั้นจากนั้นคงจะมีน้อยผู้ที่จะทราบดีว่าเขาโดนผลของการทำของตนโจมตีไปเรื่อยจนกระทั่งชีวิตตรงสู่จุดถดถอยจนกระทั่งยากจะกู้กลับทั้ง ๆ ที่ในคราวนั้นจะต้องเป็นบอลโลกที่น่าภูมิใจ เนื่องด้วยเป็นบอลโลกครั้งที่กลุ่มจากทวีปเอเชียพวกเราทำผลงานได้ดิบได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ (กลุ่มชาติประเทศเกาหลีใต้คว้าชั้น 4 ของการแข่งขันชิงชัยมาครอบครอง) แม้กระนั้นไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า มันมีความผิดปกติจำนวนมากเกิดขึ้นสำหรับในการชิงชัยตอนนั้น ซึ่งถัดมาได้แย่ลงกว่าเดิมเกิดเรื่องราวใหญ่มหึมาอย่างไม่บางทีอาจเลี่ยง (ได้แก่การที่นักฟุตบอลประเทศเกาหลีใต้ทั้งผองที่ค้าลำแข้งอยู่ในลีกอิตาลีจึงควรย้ายออกจากประเทศ)

ศึกบอลโลก 2002 ที่คนทั่วโลกต้องจดจำ

นี่คือช่วงเวลาที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย ศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดสำคัญกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ณ สนาม แตจอน เวิลด์ คัพ สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติอิตาลี หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของโลกที่ขนเหล่านักเตะซูเปอร์สตาร์ลงสนามคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น จานลุยจี บุฟฟอน, เปาโล มัลดินี่, ฟรานเชสโก ตอตตี, อเลสซานโดร เดล ปีเอโร และอีกมากมาย กับทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพการแข่งขันครั้งนั้น ที่ถึงแม้ดีกรีนักเตะจะเป็นรองแบบเทียบไม่ติด แต่ในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ด้วยการเอาชนะชาติยักษ์ใหญ่อย่างโปรตุเกสมาได้ การแข่งขันนัดนี้นอกจากการได้เล่นในบ้านแล้ว ทีมชาติเกาหลีใต้เป็นรองทุกหน้าเสื่อ แต่อย่างไรก็ตามกลับมีคน ๆ หนึ่งไม่คิดเช่นนั้น และก็ไม่ใช่ใครที่ไหน จิโอวานนี ตราปัตโตนี กุนซือทีมอัซซูรี่ ในขณะนั้น

“ผมรู้ว่าเรื่องร้าย ๆ กำลังจะเกิดขึ้นกับเราแน่ เพราะทีมชาติญี่ปุ่นอีกหนึ่งเจ้าภาพเพิ่งตกรอบไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว”

“ผมบอกกับ ปีเอโตร เกดิน ผู้ช่วยของผมว่านี่คือสัญญาณร้าย คอยดูให้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ขรัวเฒ่าเปิดเผยความรู้สึกในตอนนั้นหลังจากผ่านมาหลายปี และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทีมชาติอิตาลีต้องเจอกับความยากลำบากเกินกว่าที่คาดคิด ไม่ใช่เพราะพวกเขาเล่นผิดฟอร์ม หรือทีมชาติเกาหลีใต้เล่นได้ดี แต่เป็นเพราะการตัดสินที่ค้านสายตาหลายครั้งในเกมนั้นจากผู้ตัดสิน

ไบรอน โมเรโน ไม่ใช่ผู้ตัดสินชื่อดัง

ไบรอน โมเรโน ไม่ใช่ผู้ตัดสินชื่อดัง อายุ 33 ปี (ในเวลานั้น) แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจของชาวเอกวาดอร์ ที่มีผู้ตัดสินมาทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น แฟนบอลทั่วโลกก็เริ่มสนใจชื่อผู้ตัดสินคนนี้ขึ้นมาทันที เมื่อทีมชาติเกาหลีใต้ได้ลูกจุดโทษตั้งแต่นาทีที่ 4 จากการที่ โซล คี-เฮือน โดน คริสเตียน ปานุชชี เข้าปะทะ ถึงแม้หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บรรยาย หรือผู้เล่นทีมอิตาลีเองจะมองว่าไม่เป็นการฟาวล์ที่ชัดเจน จนเกินเป็นการประท้วงยกใหญ่ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน อย่างไรก็ตาม เทพีแห่งโชคชะตายังเข้าข้างทีมชาติอิตาลี เมื่อลูกยิงของ อัน จ็อง-ฮวัน ไม่ผ่านมือของ จันลุยจี บุฟฟอน ทำให้สกอร์ยังเสมอกันที่ 0-0 หลังจากนั้นนักเตะทีมชาติเกาหลีใต้ก็เล่นรุนแรงใส่นักเตะทีมชาติอิตาลีแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดเตะใส่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เหยียบหน้า เปาโล มัลดินี่ ศอกใส่หน้า อาเลสซานโดร เดล ปีเอโร และเข้าปะทะ ฟรานเชสโก โคโค่ จนถึงขั้นเลือดตกยางออก อย่างไรก็ตามแทบไม่มีเสียงนกหวีดเป่าหยุดเกมดังออกจากปากโมเรโน่เลย ตรงกันข้ามกับทีมชาติอิตาลี ที่เข้าปะทะผู้เล่นทีมชาติเกาหลีใต้นิดหน่อยเสียงนกหวีดจะดังทันที แต่แล้วเสียงเชียร์ในสนาม แดจอน เวิลด์ คัพ สเตเดี้ยม ที่ดังสนั่นมาตั้งแต่เริ่มเกมก็เงียบลงทันตาในนาทีที่ 18 เมื่อ คริสเตียน วิเอรี่ ทำประตูให้พลพรรคอัซซูรี่ขึ้นนำชาติเจ้าภาพไปก่อน และจบครึ่งแรกไปด้วยการที่ทีมชาติอิตาลีออกนำทีมชาติเกาหลีใต้ 1 ประตูต่อ 0

เข้าสู่ครึ่งหลัง

รูปเกมไม่แตกต่างจากครึ่งแรก ทั้งสองทีมผลัดกันมีโอกาสทำประตู แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คืออุณหภูมิความเดือดของเกม เพราะทีมชาติเกาหลีใต้ก็ยังคงเน้นการเข้าปะทะรุนแรงใส่คู่ต่อสู้ ในนาทีที่ 51 คิม แทยอง คว้าเสื้อของ อเลสซันโดร เดล ปีเอโร เข้าอย่างจัง จังหวะนี้ผู้เล่นอิตาลีเห็นว่า คิม แทยอง ควรจะได้ใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามไป แต่ผู้ตัดสินโมเรโนกลับเพียงตักเตือนเขาเท่านั้น และจากคำตัดสินที่ดูเอื้ออำนวยให้เจ้าภาพ ท้ายที่สุด ก็เป็นเกาหลีใต้ที่ได้ประตูตีเสมอจนได้จาก โซล คี-เฮือน นาทีที่ 88 ต้องตัดสินกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในยุคนั้นการต่อเวลา ยังใช้กฎโกลเดนโกล ใครยิงได้ชนะทันที และเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษได้ไม่นาน เกาหลีใต้ ก็ครองความได้เปรียบยิ่งขึ้น เมื่อไบรอน โมเรโน่ ตัดสินใจแจกใบแดงให้กับ ฟรานเชสโก ตอตตี ในข้อหาพุ่งล้มในเขตโทษ แต่เมื่อย้อนดูภาพช้าปรากฏว่าจังหวะนี้เขาโดนกระแทกจริง ๆ และรางวัลที่ควรได้รับคือจุดโทษมากกว่า การตัดสินของโมเรโน่ จังหวะนี้ ทำให้บรรยากาศในสนามยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก…แต่นี่ยังไม่ใช่ที่สุด อีก 5 นาทีต่อมา ทีมชาติอิตาลีก็ได้เฮ เมื่อ ดามีอาโน ตอมมาซี ทำประตูได้สำเร็จ เขาหลุดเดียวจากลูกจ่ายของวิเอรี่ แต่ก่อนที่จะได้ลั่นไก ธงล้ำหน้าจากผู้ตัดสินข้างสนามก็ยกขึ้น ดับฝันทีมชาติอิตาลีลงทันที ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เมื่อย้อนดูภาพช้าชัด ๆ ลูกนี้ไม่ล้ำหน้าชัดเจน การตัดสินของไบรอน โมเรโน่ สร้างความได้เปรียบแก่เจ้าภาพครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้รูปเกมบิดเบี้ยวไป ซ้ำร้ายสำหรับชาวอิตาลี เพราะก่อนหมดเวลา 120 นาที อัน จ็อง-ฮวัน​ ก็โหม่งประตูชัย​ให้ทัพโสมแดงได้สำเร็จ​ หยุดเส้นทาง “อัซซูรี” ไว้แค่รอบ​ 16​ ทีมสุดท้าย การแข่งขันจบลง เกาหลีใต้เจ้าภาพได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าผู้คนทั่วโลกจะมองว่าผู้ตัดสินในเกมนั้นเอื้อประโยชน์ให้พวกเขาหรือไม่ เพราะพวกเขาได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาแล้ว แต่ผู้แพ้และผู้คนทั่วโลกไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เขารู้สึกว่าอิตาลีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสินของผู้ตัดสินโมเรโน่ ตลอดทั้งเกม

“เหตุผลเดียวที่เขามาที่นี่คือการพาทีมชาติเกาหลีใต้เข้ารอบ โมเรโนเป็นคนไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง” คริสเตียน ปานุชชีกล่าวด้วยความฉุนเฉียว“ด้วยความสัตย์จริง นี่คือการปล้นชัยชนะโดยสมบูรณ์แบบ” บรูโน่ ปิซซัว นักข่าวชื่อดังชาวอิตาลีให้ความเห็น

Credit by : BEOGAMING

Presented by : BEO68